
จ่อออกเกณฑ์ “ไบโอเมตริกส์และภัยไซเบอร์”
ธปท.คุม e-Money จ่อออกเกณฑ์ “ไบโอเมตริกและภัยไซเบอร์” หวังยกระดับความปลอดภัย ดิจิทัลเพย์เม้นต์ หลัง 5แบงก์ให้บริการเปิดบัญชีเงินฝากแล้ว 5.4ล้านบัญชี เผยอยู่ระหว่างทดสอบในแซนด์บ๊อกอีก9ราย ส่วนแนวปฎิบัติรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ขั้นต่ำอยู่ระหว่างหารือผู้ประกอบการเพย์เม้นต์คาดมีผลบังคับใช้ไตรมาส3
คืบหน้า การทดสอบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลข้ามธนาคาร เพื่อเปิดบัญชีเงินฝาก ภายใต้ Regulatory Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งสนับสนุนให้ธนาคารพาณิชย์และผู้ให้บริการทางการเงินทดสอบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนข้ามธนาคารบนแพลตฟอร์มเนชั่นแนลดิจิทัล ไอดี (NDID) ผ่านแอพพลิเคชั่น ด้วยเทคโนโลยีชีวมิติ(Biometrics) โดยการจดจำใบหน้าหรือ Facial Recognition เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการระบุและพิสูจน์ตัวบุคคล (KYC) ของผู้ใช้บริการ สำหรับเปิดบัญชีเงินฝากและบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money)
ล่าสุด นางสาวสิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายระบบการชำระเงิน และเทคโนโลยีการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า ธปท. จะออกแนวปฏิบัติการใช้เทคโนโลยีชีวมิติ (Biometrics) ในการให้บริการทางการเงิน (Guideline for Application of Biometric Technology in Financial Services) เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปปฏิบัติได้ดียิ่งขึ้น เพราะมีธนาคารพาณิชย์ทยอยออกจาก Sandbox ของธปท. แล้วจำนวน 5 ราย ที่เหลืออีก 9 รายเป็นผู้ให้บริการที่เป็นธนาคาร 5 ราย และผู้ให้บริการด้านการชำระเงิน 4 ราย จึงเห็นการนำเทคโนโลยีชีวมิติที่เป็นการใช้การจดจำใบหน้าหรือ Facial Recognition ในการทำ KYC สำหรับการเปิดบัญชีเงินฝากมาให้บริการในวงกว้างแล้ว โดยปัจจุบันมีปริมาณธุรกรรมการเปิดบัญชีเงินฝากแล้ว 5.4 ล้านราย ทั้งนี้ เนื่องจากการใช้ข้อมูลชีวมิติเป็นเรื่องละเอียดอ่อนจึงต้องมีความระมัดระวังค่อนข้างสูง ธปท. จึงให้มีการทดสอบการปฏิบัติในหลายด้านไม่ว่าจะเป็นเรื่องความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ ขณะเดียวกันเรื่องของการจัดเก็บข้อมูลซึ่งต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ข้อมูลส่วนบุคคลด้วย
นางสาวสิริธิดากล่าวว่า หลังจากที่ได้จัดรับฟังความคิดเห็นเรื่องแนวปฏิบัติดังกล่าวจากผู้เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนที่เป็นผู้ประกอบการ หน่วยงานเอกชน และหน่วยงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์แล้ว มีความพร้อมที่จะออกแนวปฏิบัติ โดยได้นำผลจากการทดสอบ และผลศึกษาแนวทางของมาตรฐานสากลมาปรับเพื่อให้เหมาะสำหรับประเทศไทยในการรองรับผู้ประกอบการทางการเงินที่จะนำเรื่องการใช้ Facial Recognition ไปใช้ในระยะต่อไปด้วย ซึ่งเบื้องต้นได้ศึกษาหลักการสำคัญไว้ครอบคลุม อาทิ นโยบายการใช้ชีวมิติ, การรวบรวมข้อมูลชีวมิติ, การประมวลผลข้อมูล, การรักษาความปลอดภัยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับชีวมิติของลูกค้าของผู้ใช้บริการหรือการคุ้มครองผู้ใช้บริการและการควบคุมความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ เป็นต้น
ด้านการสร้างเข้มแข็งให้กับระบบการเงิน นั้น ที่ผ่านมา ธปท. ได้ยกระดับการจัดการความเสี่ยงจากการนำเทคโนโลยีมาใช้ โดยได้ออกเกณฑ์กำกับดูแลให้สถาบันการเงินมีกลไกพื้นฐานในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Risk Management) และความเสี่ยงด้านภัยไซเบอร์ (Cyber Resilience) และล่าสุดมีแผนจะออกเกณฑ์การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ขั้นต่ำที่จำเป็น (Cyber Hygiene) ให้กับผู้ประกอบการนอนแบงก์ทุกราย เพื่อใช้ดูแลความปลอดภัยเบื้องต้นของระบบตัวเอง ซึ่งจากการจัดรับฟังความคิดเห็น ผู้ให้บริการด้านการชำระเงินที่มีขนาดเล็กหรือระบบไม่ซับซ้อนสามารถปฏิบัติได้ โดยคาดว่าจะออกบังคับใช้ประมาณไตรมาส 3 ของปีนี้
“เราจะออกแนวปฏิบัติเรื่องการนำ Biometrics ที่เป็น Facial Recognitionไปใช้สำหรับผู้ประกอบการทางการเงินทั้งที่เป็นสถาบันการเงินและนอนแบงก์ โดยสามารถนำไปใช้ในการยืนยันตัวตนลูกค้าในการเปิดบัญชีเงินฝากหรือบัญชี e-Money เพื่อให้การ Onboard ลูกค้าอยู่ในระดับมาตรฐานเดียวกันสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการเดียวกัน ซึ่งตอนนี้ให้ใช้สำหรับการเปิดบัญชี แต่อนาคตอาจจะต่อยอดไปใช้กับผลิตภัณฑ์อื่นได้ ส่วนแนวนโยบายเรื่อง Cyber Hygiene กำลังหารืออยู่ระหว่างผู้ให้บริการด้านการชำระเงินที่จะนำไปปฏิบัติต่อไป”
"ออก" - Google News
July 22, 2020 at 08:30AM
https://ift.tt/2ZRe5WH
ธปท.จ่อออกเกณฑ์คุมe-Money - ฐานเศรษฐกิจ
"ออก" - Google News
https://ift.tt/2TrAxlO
Mesir News Info
Israel News info
Taiwan News Info
Vietnam News and Info
Japan News and Info Update
Bagikan Berita Ini
0 Response to "ธปท.จ่อออกเกณฑ์คุมe-Money - ฐานเศรษฐกิจ"
Post a Comment