Search

'politicising sport' รอวัน'สาลิกา'ออกจากกรง!!! - หนังสือพิมพ์แนวหน้า

same.prelol.com

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2563, 07.00 น.

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วง “สงกรานต์”ที่ปีนี้ “ไม่มีสงกรานต์” ตามปฏิทิน กินเวลามากว่า 1 เดือน

เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งประเทศซาอุดีอาระเบีย และประธานกลุ่ม ซาอุดี พับบลิก อินเวสต์เมนต์ ฟันด์ (พีไอเอฟ) กำลังจะประสบความสำเร็จในการเข้าเทคโอเวอร์ “สาลิกาดง”นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยมูลค่า 300 ล้านปอนด์ หรือ 12,000 ล้านบาท


เป็นหนแรกที่สื่อหลักยืนยันว่า ได้รับ“ไฟเขียว” แล้ว และน่าจะจบซะทีกับการเทคโอเวอร์ครั้งนี้

เหตุผลมันก็มีอยู่หลายอย่าง นั่นก็คือ ไม่ใช่แค่เข้ามาเพื่อทำธุรกิจฟุตบอล แต่เรื่องการค้าการลงทุนต่างๆ น่าสนใจในการเข้ามาเปิดเมืองแถบอีสานของอังกฤษ

เส้นทางนี้กว่าจะยุติน่าสนใจมากๆ เพราะไม่ใช่แค่การซื้อสโมสรฟุตบอลแบบปกติ

แต่มีเรื่องของการเมือง และการต่อต้านอยู่ตลอดเวลา..................ซึ่งต้องทำความเข้าใจด้วยว่า ไม่ได้มีใครต้านการเทคโอเวอร์นิวคาสเซิ่ล หลายฝ่ายอยากให้ขาย
อยากให้หลุดจากมือของ ไมค์ แอชลีย์ตั้งนานแล้ว

ที่มีกระแสต้านก็คือ ความไม่ชอบมาพากลของ ผู้มาซื้อนี่แหละ!!!

เจรจาเคาะราคาซื้อขายที่300ล้านปอนด์

วันที่ 16 เมษายน ปกติมีการสาดน้ำแต่ปีนี้ต้องเก็บตัวเงิบๆ เพราะโควิด-19 ปรากฏมีข่าวดังเมื่อจะมีการเทคโอเวอร์นิวคาสเซิ่ล 300 ล้านปอนด์

อแมนด้า สเตฟลี่ย์ จากเดิมคือ “นายหน้า” พลิกกลับมาเป็น “เศรษฐีนี” เธอมาในนักบริหารจาก “ซาอุดี พับบลิก อินเวสต์เมนต์ ฟันด์ (พีไอเอฟ)” กลุ่มทุน
ของ ซาอุดีอาระเบีย มาซื้อทีม ซึ่งเป็นเงินทุนจากเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งประเทศซาอุดีอาระเบีย

ก่อนหน้านั้น พระองค์ทรงสนพระทัยที่จะเข้าเทคโอเวอร์ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยจะให้ตัวแทนของพระองค์ทำการเข้าซื้อเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว

เป็นเงิน “คนละกลุ่ม” ที่เคยติดต่อ ดีลกับ ลิเวอร์พูล นั่นคือ เจ้าชาย ไฟซาล บิน ฟาฮัด อับดุลลาห์ อัล ซาอุด แห่งซาอุดีอาระเบีย

เป็นเงิน “คนละกลุ่ม” กับเจ้าชายอัลดุลลาห์ บิน มูซาอัดบิน อับดุลลาซิซ อัล-ซาอุด แห่งซาอุดีอาระเบีย ที่เป็นเจ้าของทีมเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในปัจจุบัน

หากเทคโอเวอร์ นิวคาสเซิ่ล สำเร็จกลุ่มนี้จะถือหุ้น 80 เปอร์เซ็นต์ และ “รอยเบน บราเธอร์ส” ที่จะถือหุ้นอีก 20 เปอร์เซ็นต์

ความไม่โปรงใส-เกมการเมืองเริ่มเดิน

แต่ไม่กี่วันหลังจากมีข่าว และทำท่าจะจบ ซึ่งเข้าก็ “เข้าทางปืน” สื่ออังกฤษที่เขียนกระตุ้นการเจรจาให้จบโดยเร็ว พร้อมสมอ้างสารพัดเหตุผล โดยยังไม่ได้มีการเข้าสู่กระบวนการกลั่นกรองใดๆ

5 วันหลังจากฝุ่นตลบ ก็มีข่าวว่าผู้บริหาร บีอิน สปอร์ต(beIN) ผู้ถือลิขสิทธิ์ใหญ่ของบอลอังกฤษ ได้ส่งจดหมายถึงทีมพรีเมียร์ลีก ว่า ให้ร่วมคัดค้านการเทคโอเวอร์ เพราะเงินที่นำมาเทคโอเวอร์นั้นไม่มีที่มา

ความไม่โปร่งใสก็คือ ซาอุฯ มีสตรีมมิ่งเถื่อนลักลอบถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีก ทำให้ทุกทีมเสียรายได้!!!!

โดยใช้ชื่อว่า beoutQ ล้อไปกับเจ้าของลิขสิทธิ์ตัวจริงคือ beIN Sport!!!!

ตอนนั้นตัวละครเดินเพ่นพ่านเต็มหน้าจอมอนิเตอร์...อแมนด้า สเตฟลี่ย์,ไมค์ แอชลี่ย์, ชีค มันซูร์ บิน ซาเยดอัล นาห์ยาน, ชีค คาเล็ด บิน ซาเยดอัล เนฮายาน, โมฮัมหมัด บิน ซัลมาน และ ไฟซาลบิน ฟาฮัด อับดุลลาห์ อัล ซาอุด...

อัล-โอเบียดลี่ คือ ซีอีโอของ beIN ร่อนจดหมายถึงประธานของสโมสรพรีเมียร์ลีกทั้งหมด และริชาร์ด มาสเตอร์ ซีอีโอของพรีเมียร์ลีก เพื่อให้มาร่วมโฟกัสการซื้อสโมสร “เดอะ แม็คไพส์” ในเรื่องของการ “ขโมยลิขสิทธิ์” การถ่ายทอดสดพรีเมียร์ก ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้รายได้เชิงพาณิชย์ของแต่ละทีมลดลง

โดยใช้คำว่า “Pirate Service” เลยทีเดียว!!!

ในขณะที่กำลังเบียดๆ กันอยู่นั้นมีข่าวว่า ซาอุดีอาระเบีย ประกาศขอสู้ในการบิดเป็นเจ้าภาพกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ปี 2030 แข่งกับกาตาร์

ซึ่ง กาตาร์ ก็ประกาศพร้อมแย่งสิทธิ์กับ ซาอุดีอาระเบีย ในการจัดบอลเอเชี่ยนคัพ

นัยยะทาง “การเมือง” เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

การตัดสัมพันธ์ทางการทูตกระทบยันสาลิกา

เดือนมิถุนายน 2017… 6 ชาติอาหรับ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, บาห์เรน, อียิปต์, ลิเบีย และเยเมน กับอีก 2 ชาติ คือ มัลดีฟส์ และมอริเชียส ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์

เหตุผลก็คือ ด้วยการกล่าวหาว่า กาตาร์ เป็นประเทศที่ทำลายเสถียรภาพในภูมิภาค ด้วยการสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย ที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลาม หรือไอเอส ซึ่ง
ข้อกล่าวหาของซาอุดีอาระเบียนี้ละม้ายกับโดนัลด์ทรัมป์ ที่เคยประณามอิหร่าน ว่าให้การสนับสนุนการก่อการร้ายในซีเรียและเยเมน

อีกทั้งท่าทีที่ดีต่อกันผิดสังเกตกับ อิหร่าน ที่ค้านกับชาติอาหรับ, กาตาร์ ยังใช้สื่อผิดประเภท, การเข้าไปแทรกแซงภายในของหัวเมืองต่างๆและกาตาร์ยังถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนกลุ่มกบฏฮูธีในเยเมน

แม้จะไม่มีการสู้รบหรือเข่นฆ่ากันแต่การคว่ำบาตรทุกด้าน ทั้งทางการทูต,เศรษฐกิจ, การค้า, ระบบขนส่ง, การบิน,เครื่องอุปโภค-บริโภค

ให้หลังการคว่ำบาตรไม่ถึง 2 เดือน beoutQ เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนสิงหาคม 2017 ในซาอุดีอาระเบีย มีการถ่ายทอดสดกีฬาต่างๆ มากมาย จนเป็นที่แพร่หลายในประเทศ อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการเปิดรับสมาชิก แต่ไม่มีใครบอกได้เลยว่า ใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของ

แต่เมื่อไหร่ก็ตาม ที่เห็นกันทั่วโลกว่า ถ่ายทอดสดผ่านช่อง beIN sport จะกลายเป็น beoutQ ในซาอุดีอาระเบีย!!!!

เติมเชื้อไฟไปที่เรื่องของโครงการ “ซัลวาโปรเจกท์”

ดินแดนซัลวา เป็นพรมแดนที่ติดต่อทางบกระหว่าง ซาอุฯ กับกาตาร์ ดังนั้น โครงการขุดคลองจะส่งผลทำให้ทั้งสองประเทศไม่มีพรมแดนทางบกติดต่อกันอีกต่อไป เพื่อเปลี่ยนกาตาร์ให้เป็นประเทศเกาะกลางทะเล

โครงการนี้ได้รับการสนับสนุน ทางการเงินจากกลุ่มบริษัทเอกชนของซาอุฯ กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ถือเป็นหนึ่งวิธีการแซงก์ชั่นความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัฐบาลโดฮาแบบ 100%

“politicising sport” นับเป็นนัยที่ซับซ้อนอย่างแท้จริง

ยังผลให้เคสนี้ของ นิวคาสเซิ่ล จึงกลายเป็น“ความบังเอิญแบบพอดี” อย่างช่วยไม่ได้

คดีสะเทือนขวัญ-ระงับการซื้อทีม

Republic TV สื่อใหญ่แห่งประเทศอินเดีย เป็นเจ้าแรกตีข่าวเมื่อ 29 เมษายน ว่า ฮาติซ เซนกิซ วัย 36 ปีชาวตุรกี คู่หมั้นของ จามาล คาช็อกกี นักข่าวและคอลัมนิสต์ชาวซาอุดีอาระเบีย ที่ถูกสังหารโหดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2018 ซึ่งเธอได้ส่งจดหมายไปยังพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เพื่อร้องขอไม่ให้การดีลระหว่าง ซาอุฯ กับ นิวคาสเซิ่ลเกิดขึ้น

“นี่คือสิทธิอันสมบูรณ์ และเป็นไปตามการดำเนินการทางกฎหมายอย่างเต็มที่ พรีเมียร์ลีก ไม่ควรมีที่ว่างให้กับใครก็ตามที่มีพฤติกรรมอันน่ารังเกียจเช่นนี้ซึ่งมันจะขัดแย้งโดยตรงกับกฎบัตรของประธานพรีเมียร์ลีก และกฎต่างๆ ของพรีเมียร์ลีก ที่วางรากฐานเอาไว้เป็นอย่างดีพร้อมกับปฏิบัติงานอย่างมีเกียรติมาโดยตลอด”

อันเนื่องมาจากมีการระบุว่าโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุฆาตกรรม คาช็อกกี ที่อิสตันบูล ประเทศตุรกี หลังจาก คาช็อกกี ได้เข้าไปขอเอกสารในการหย่าร้างกับภรรยาเก่า เพื่อนำไปทำพิธีแต่งงานอย่างถูกกฎหมาย กับ ฮาติซ โดย คาช็อกกี ถูกเปิดเผยในภายหลังว่า ถูกฆ่าหั่นศพเป็นชิ้นๆ อย่างเหี้ยมโหด

ไม่มีการตอบโต้เรื่องนี้แต่อย่างใดในวันนั้น

มีแต่ข่าวที่ออกมาจะพลุแล้วดับลงไปก็คือ ซาอุดีอาระเบีย พร้อมที่จะเสนอยื่นแข่งขันในการซ้อสัญญาณการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ รวมไปถึง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ถ้าหากการเจรจาเทคโอเวอร์ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เป็นผลสำเร็จ

จนถึงวันที่ 2 พฤษภาคม ที่ผ่านมา“บีบีซี” รายงานว่า โจทย์ใหญ่อยู่ 2 ข้อที่เป็นสิ่งที่ “น่ากังวล” ที่สุดของดีลซื้อทีมดังแห่งไทน์ไซด์

นั่นคือเรื่องส่วนตัวของ เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน บิน อับดุลลาซิซ อัล-ซาอุด ที่อยู่เบื้องหลังการเซ็นสัญญาในครั้งนี้

เพราะมีการพัวพันเกี่ยวกับเรื่องคดีต่างๆ ระดับโลกค่อนข้างหนักหน่วง

ในข้อ F1.2 : เจ้าชายโมฮัมเหม็ดบิน ซัลมาน จะมีอิทธิพลต่อสโมสรอื่นหรือไม่ กล่าวคือ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่มีเจ้าชายซาอุฯอีกพระองค์ คือ เจ้าชายอัลดุลลาห์ บิน มูซาอัดบิน อับดุลลาซิซ อัล-ซาอุด เป็นเจ้าของทีม

โดยเมื่อปี 2017 กับ 2019 รายงานระบุว่า เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน เคยสั่งกักขังเจ้าชายอับดุลลาห์ และคนใกล้ชิดระดับสูง มาแล้ว โดยบังคับให้แลกทรัพย์สินหลายพันล้านเหรียญ กับอิสรภาพ

จากนั้นใน ข้อ F.1.6 : ความเชื่อมั่นจากองค์กรสิทธิมนุษยชน เกี่ยวกับเรื่องคดีต่างๆ ของ เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมานซึ่งสำนักข่าวกรองตะวันตก เชื่อว่าการสังหารจามาล คาช็อกกี นักข่าวซาอุฯที่สถานทูตประจำอิสตันบูล ตุรกี ได้รับคำสั่งจากเจ้าชาย ทำให้เหตุผลจากหน่วยข่าวกรองต่างๆ มีผลต่อการตัดสินใจในการพิจารณา

..........จากนั้นข่าวหายไป และเงียบลงไปเรื่อยๆ การรายงานมีจากบล็อกของแฟนบอลจากอังกฤษ ไม่ได้มาจากสื่อหลัก ถึงจะมีก็ค่อนข้างจะประปราย ไม่ได้มีประเด็นใหม่ หรือการยืนยันให้สัมภาษณ์อย่างเป็นทางการ

กระทั่งถึงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่ากันว่า พรีเมียร์ลีกได้ “ไฟเขียว” การเจรจาครั้งนี้แล้ว

นั่นหมายความว่า ถ้าไม่มีอะไรพลิกล็อกอีกครั้ง จะได้จบซะทีกับ นิวคาสเซิ่ลยูไนเต็ด กับ 13 ปีที่ดูไม่มีอนาคตกับ ไมค์ แอชลี่ย์ เลือกวัดใจไปกับเศรษฐีน้ำมัน

เท่ากับตอนนี้อาคันตุกะจากแดนอาหรับ ได้ล้อมอังกฤษไว้แล้วทุกทิศทางไล่ตั้งแต่ใต้อย่างลอนดอน ขยับมาแถวแมนเชสเตอร์ และขึ้นไปทางอีสาน

การลงทุนจะเกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน แต่ต้องไม่ลืมว่า จะต้องอยู่ในกรอบที่ถูกตีเส้นเอาไว้ และตัวอย่างของ แมนเชสเตอร์ซิตี้ คงจะเห็นเป็นอย่างดี

การบอลจะเป็นอย่างไรบอกยาก แต่รอบข้างเจริญขึ้นอย่างแน่นอน เพราะอย่างที่บอกไปว่า การเข้ามาทำอะไรแต่ละครั้งกับพรีเมียร์ลีกในช่วงนี้

ไม่ได้มีแค่ฟุตบอล

โปรดติดตามตอนต่อไป....สนุกกว่านี้อีกเยอะเลย

บี แหลมสิงห์

Let's block ads! (Why?)



"ออก" - Google News
May 24, 2020 at 07:00AM
https://ift.tt/2LVEkDG

'politicising sport' รอวัน'สาลิกา'ออกจากกรง!!! - หนังสือพิมพ์แนวหน้า
"ออก" - Google News
https://ift.tt/2TrAxlO
Mesir News Info
Israel News info
Taiwan News Info
Vietnam News and Info
Japan News and Info Update

Bagikan Berita Ini

0 Response to "'politicising sport' รอวัน'สาลิกา'ออกจากกรง!!! - หนังสือพิมพ์แนวหน้า"

Post a Comment

Powered by Blogger.